May 18, 2022

ศาลแขวงปิดประตูอย่างถาวรต่อการฟ้องร้องที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ของ Wickfire

หลังจากที่ Wickfire ประสบความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่ศาลอุทธรณ์ภาคห้า แต่ Wickfire ก็ยังคงดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายที่ศาลแขวงต่อไป ศาลแขวงได้ปฏิเสธความพยายามของ Wickfire และยกฟ้องการยื่นฟ้องของ Wickfire อย่างถาวร การยกฟ้องนี้ทำให้คดีความที่ยืดเยื้อมาถึงแปดปีของ Wickfire ต้องยุติลง และให้ TriMax ได้รับการแก้ต่างอย่างสมบูรณ์

ออสติน เท็กซัส, April 06, 2022 (GLOBE NEWSWIRE) — Wickfire ต้องประสบกับความเจ็บปวดเนื่องจากความพ่ายแพ้จากการฟ้องร้องดำเนินคดี TriMax คราวนี้ ศาลแขวงพิพากษาได้ยกฟ้องการฟ้องที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ของ Wickfire อย่างถาวร

ในปี 2021 ศาลอุทธรณ์ตัดสินว่า Wickfire ไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่สนับสนุนการฟ้องร้องมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ต่อ TriMax แม้จะประสบกับความพ่ายแพ้ในครั้งนั้น แต่ Wickfire ก็ได้ลองยื่นเรื่องอีกครั้ง แต่แล้วก็ล้มเหลวอีกครั้ง

หลังจากแพ้คดีที่ศาลอุทธรณ์ Wickfire ก็ได้ย้ายไปยื่นเรื่องที่ศาลแขวงเพื่อสั่งให้ TriMax จ่ายค่าเสียหายแก่ Wickfire เป็นจำนวนมากกว่า 400,000 ดอลลาร์ หลังจากที่ศาลได้พิจารณาการยื่นเรื่องนี้แล้ว ก็นำไปสู่คำสั่งที่ไม่เป็นผลดีต่อ Wickfire:

  • ในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 Susan Hightower ผู้พิพากษาศาลแขวงของรัฐบาลกลางพบว่าการเคลื่อนไหวของ Wickfire ขาดหลักฐานที่สามารถใช้พิสูจน์คำฟ้องได้ ผู้พิพากษาศาลแขวงยอมรับว่าการพิจารณาคดีในครั้งนี้นั้นมี “ค่าใช้จ่ายและความล่าช้าที่มากเกินไป” เนื่องจาก “กลยุทธ์การดำเนินคดี” ของ Wickfire
  • หลังจากนั้น Robert Pitman ผู้พิพากษาศาลแขวงของสหรัฐอเมริกาได้ออกคำสั่งที่เห็นด้วยกับการพิจารณาของผู้พิพากษาแขวงและปฏิเสธการเคลื่อนไหวของ Wickfire อย่างสมบูรณ์
  • เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2022 เขตเวสเทิร์นของเท็กซัสได้ออกคำพิพากษาครั้งสุดท้าย ซึ่งพิจารณาว่า Wickfire จะ “ไม่ได้รับอะไรเลย” ในการฟ้องร้องทั้งหมดต่อ TriMax และผู้บริหารของบริษัท
  • ศาลแขวงเองก็พิพากษาว่า Wickfire จะ “ไม่ได้รับอะไรเลย” เช่นกัน อีกทั้งประกาศว่าการเรียกร้องของ Wickfire จะถูก “ยกฟ้องโดยห้ามฟ้องใหม่” ซึ่งจะทำให้ Wickfire ไม่สามารถถือสิทธิ์การฟ้องที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ต่อ TriMax ต่อไปในอนาคต

การพิจารณาและออกคำสั่งศาลได้ปรากฏในความคิดเห็นที่ได้รับการตีพิมพ์จากศาลอุทธรณ์ภาคห้า ข้อพิพาทเลขที่ 17-3043040 และ ศาลแขวงสหรัฐอเมริกาเขตเวสเทิร์นของเท็กซัส ข้อพิพาทเลขที่ 1:14-CV-0034-RP

คดีนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่การประมูลของ Google AdWords ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการประมูลออนไลน์ที่บริษัทต่าง ๆ ดังเช่น TriMax และ Wickfire แข่งขันกันเพื่อแย่งชิงพื้นที่โฆษณา Wickfire ดำเนินการฟ้องร้องหลายต่อหลายครั้งต่อ TriMax ทว่าในแต่ละครั้งนั้น Wickfire ก็ต้องประสบกับความล้มเหลว Wickfire กล่าวหาว่า TriMax เจตนาแทรกแซงสัญญาของ Wickfire เจตนาแทรกแซงธุรกิจของ Wickfire และกระทำการสมคบคิด ศาลอุทธรณ์พิจารณาว่า “Wickfire ไม่ได้แสดงหลักฐานเพื่อพิสูจน์ข้อกล่าวหาดังกล่าว” และประกาศว่าการฟ้องร้องในแต่ละรายการนั้นไม่มีผล

หลังจากที่ศาลอุทธรณ์พบว่าคำพิพากษาของศาลแขวงก่อนหน้านี้ที่ตัดสินให้ Wickfire ได้รับเงินมูลค่า 2.3 ล้านดอลลาร์นั้นมีข้อผิดพลาดเนื่องจากขาดหลักฐานสนับสนุน และศาลแขวงก็ได้ออกคำพิพากษาว่า Wickfire จะ “ไม่ได้รับอะไรเลย” เมื่อไม่นานมานี้แทน การตัดสินว่า “ไม่ได้รับอะไรเลย” ทำให้ Wickfire ไม่ได้รับเงินใด ๆ และในทางกลับกัน ก็ได้รับคำสั่งให้ต้องชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายแก่ทนายความของตนเองด้วย

ในคดีเดียวกันนี้ คณะลูกขุนก็ได้พบว่าก่อนหน้านี้ Wickfire LLC และ Chet Hall กับ Jon Brown ซึ่งเป็นเจ้าของร่วมนั้นได้จงใจแทรกแซงธุรกิจของ TriMax Media TriMax โต้แย้งว่า Wickfire ได้แทรกแซงสัญญาของ TriMax โดยเจตนา ด้วยการ (1) จ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับตัวแทนจำหน่ายเพื่อแลกเปลี่ยนกับข้อตกลงการเป็นผู้ขายแต่เพียงผู้เดียว (2) ปลอมตัวเป็น TriMax โดยทำการโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาตที่คัดลอกโฆษณาของ TriMax และมีข้อมูลระบุตัวตนอื่นๆ ของ TriMax อยู่ด้วย (3) คลิกโฆษณาของ TriMax ซ้ำๆ เพื่อเพิ่มค่าใช้จ่ายของ TriMax (ที่เรียกว่า “การโกงคลิก”) และ (4) ใช้โปรแกรมซอฟต์แวร์อัตโนมัติในการจัดการระบบการประมูลของ Google (ที่เรียกว่า “การแทรกแซงการเสนอราคาประมูล”)

TriMax แสดงหลักฐานแก่คณะลูกขุนว่า Wickfire ถูกระงับบัญชี Google กว่า 200 บัญชี ละเมิดเงื่อนไขทางการค้า และใช้ตัวแทนผู้ใช้ปลอมและพร็อกซีเพื่อปกปิดข้อมูลระบุตัวตนของตนเอง นอกจากนี้คณะลูกขุนยังพบหลักฐานที่ Google อ้างถึง Wickfire ว่าเป็น “นักฉ้อโกงซึ่งเป็นที่รู้จักดี” และ Wickfire ได้ลงทะเบียนชื่อโดเมน “GoogleClickFraud.com”

TriMax ยังแสดงหลักฐานเกี่ยวกับการทำลายหลักฐานของ Wickfire อีกด้วย ในระหว่างการดำเนินคดี Wickfire ได้ล้างข้อมูลทั้งหมดจากแล็ปท็อปของ Jon Brown หัวหน้าเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี และจากนั้นก็ประสบความล้มเหลวในการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อ TriMax หรือศาลแขวง เมื่อ TriMax ค้นพบถึงการทำลายนั้น Wickfire แก้ตัวว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากแล็ปท็อปถูกขโมยจากการโจรกรรมที่บ้าน อย่างไรก็ตาม รายงานของตำรวจซึ่ง TriMax ได้รับมาด้วยตนเองหลังจากที่ Wickfire ไม่สามารถแสดงสำเนาได้ ขัดแย้งกับเรื่องราวของ Wickfire เนื่องจากไม่มีการกล่าวถึงแล็ปท็อปที่ถูกขโมยอย่างผิดกฎหมาย

ในขณะเดียวกันคณะลูกขุนก็ได้รับทราบหลักฐานมากมายเกี่ยวกับการกระทำของ Wickfire ในเรื่องการแทรกแซงโดยเจตนาต่อ TriMax (ซึ่งคณะลูกขุนพิจารณาว่าได้เกิดขึ้นแล้ว) โดยหลักฐานที่สำคัญบางส่วนถูกตัดออกไป ตัวอย่างเช่น คณะลูกขุนไม่ได้รับอนุญาตให้ดู:

  • รายงานของตำรวจจากเหตุการณ์โจรกรรม
  • เอกสารการจดทะเบียนที่แสดงชื่อของ Wickfire เป็นเจ้าของ “BitchesOfFacebook.com” และ “PokeBitches.com”
  • อีเมลจากตัวแทนจำหน่ายที่ปฏิเสธไม่รับเงินใต้โต๊ะซึ่งเรียก Wickfire ว่า “อาชญากร”
  • สกรีนช็อตโฆษณาของ Wickfire ที่ปลอมตัวเป็น TriMax
  • อีเมลจากผู้จำหน่ายที่ยกเลิกสัญญากับ TriMax หลังจากเข้าใจผิดว่า TriMax เป็นต้นตอของการสร้างโฆษณาปลอม
  • อีเมลจากผู้จำหน่ายที่ร้องเรียนว่า Wickfire ละเมิดข้อกำหนดเครื่องหมายการค้าและลอกโฆษณาของ TriMax
  • รายงานทางเทคนิคที่ยืดยาวซึ่งอ้างอิงตามผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกพิสูจน์ให้เห็นว่า Wickfire ได้ทำการโกงคลิกต่อ TriMax จำนวนมาก
  • วิดีโอแบบเรียลไทม์ที่แสดงถึงการบีบการเสนอราคาประมูลที่ TriMax ประสบ
  • สรุปสัญญาผู้จำหน่ายของ TriMax นับร้อยรายการที่ได้รับผลกระทบจากการบีบการเสนอราคาประมูล และ
  • อีเมลจากคู่แข่งรายอื่นๆ ของ Wickfire ที่ร้องเรียนเกี่ยวกับกลยุทธ์การประมูลของ Wickfire

แม้ว่าคณะลูกขุนจะพิจารณาว่า Wickfire, Chet Hall และ Jon Brown นั้นจงใจแทรกแซงธุรกิจของ TriMax แต่ก็ไม่ได้สั่งลงโทษใด ๆ ต่อ Wickfire คณะลูกขุนพิจารณาแล้วว่าเป็นข้อเท็จจริงหลังจากที่ “คณะลูกขุนได้พิจารณาหลักฐานว่า Google สอบสวนการเสนอราคา AdWords ของ Wickfire และพิจารณาแล้วว่าได้รับอนุญาต” ตามที่ศาลแขวงได้ระบุไว้

อย่างไรก็ตาม คำพิพากษาสุดท้ายของศาลแขวงไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงคำพิจารณาของคณะลูกขุนที่ว่า Wickfire, Chet Hall และ Jon Brown ได้กระทำการแทรกแซงโดยเจตนาตั้งแต่แรก ดังนั้น การพิจารณาการแทรกแซงของ Wickfire, Chet Hall และ Jon Brown จึงเป็นที่สิ้นสุด

ก่อนที่จะออกคำพิพากษาว่า “ไม่ได้รับอะไรเลย” และเพิกถอนการเรียกร้องที่ไร้การพิสูจน์ของ Wickfire อย่างถาวรนั้น ผู้พิพากษาศาลแขวงได้พิจารณาคำร้องขอให้ตัดสิทธิ์ทนายความของ Wickfire ที่มีชื่อว่า Katy Hall (เดิมชื่อ Katy Atlas) TriMax กล่าวหาว่าในขณะที่ครอบครองเอกสารที่ละเอียดอ่อนของ TriMax นั้น Katy Hall ก็ได้เริ่มมีความสัมพันธ์ส่วนตัวและใกล้ชิดกับ Chet Hall (ผู้เป็น CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง Wickfire และตัวเขาเองก็เป็นคู่ความในคดีนี้) เธอได้หย่าสามีคนก่อนและมีลูกกับ Chet Hall จากนั้นก็แต่งงานกับ Chet Hall หลังจากที่เขาหย่ากับภรรยาคนก่อน TriMax ยังกล่าวหาว่า Katy Hall ยอมรับตำแหน่งภายในองค์กรกับ Wickfire อย่างไม่ถูกต้องในขณะที่ถือครองเอกสารเหล่านั้น Katy Hall ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ BuyersGuide.org ที่เป็นของ Wickfire อย่างไรก็ตามผู้พิพากษาแขวงได้ตัดสินว่า TriMax ไม่สามารถ “รับภาระหนักเพื่อพิสูจน์ว่าการถูกตัดสิทธิ์นั้นเป็นเหตุอันสมควร” และปฏิเสธคำร้องเพื่อตัดสิทธิ์ Katy Hall

Laura Woodruff CEO ของ TriMax ให้ความเห็นว่า: “หลังจากที่ศาลภาคห้าตัดสินให้ TriMax พ้นผิดในปี 2021 เราเองก็รู้สึกประหลาดใจที่ Wickfire ได้เลือกที่จะยืนยันการฟ้องที่ไร้การพิสูจน์ต่อศาลแขวงต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม เรารู้สึกพอใจกับคำสั่งศาลแขวงที่เพิ่งออกมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ได้ปฏิเสธคำฟ้องของ Wickfire ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าขาดการพิสูจน์ ซึ่งก็เป็นไปในทางเดียวกับศาลอุทธรณ์ที่ออกมาก่อนหน้านั้น อย่างไรก็ตาม เรายังรู้สึกผิดหวังที่ Google และเครือข่ายต่าง ๆ อนุญาตให้ Wickfire แทรกแซงธุรกิจของ TriMax โดยเจตนาตั้งแต่แรก อย่างไรก็แล้วแต่ จากการพิจารณาของคณะลูกขุนว่า Wickfire ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของ TriMax ซึ่งเป็นการพิจารณาที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงหรือมีการแก้ไขจากคำพิพากษาครั้งสุดท้ายเมื่อไม่นานนี้นั้น ทำให้เราหวังว่ากลวิธีต่าง ๆ เช่น การแอบอ้างเป็นคู่แข่ง ให้เงินใต้โต๊ะ การเสนอราคาติดขัด และการคลิกหลอกลวง จะไม่เป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมโฆษณาออนไลน์อีกต่อไป”

เกี่ยวกับ TriMax Media:

TriMax Media ก่อตั้งขึ้นในปี 2003 เป็นบริษัทตัวแทนการตลาดดิจิทัลที่เชี่ยวชาญด้านการทำการตลาดผ่านเครื่องมือค้นหาที่เน้นประสิทธิภาพการทำงาน TriMax ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการวิจัยนักโฆษณาของ Google ชุดแรก และเป็นหนึ่งในบริษัทแรกๆ ที่สร้างลูกค้าเป้าหมายให้กับลูกค้าของตนได้มากกว่าหนึ่งล้านรายโดยใช้ Google AdWords เป็นบริษัทตัวแทนที่มุ่งเน้นการสร้างแคมเปญการตลาดการค้นหาที่มีประสิทธิภาพสูง และการพัฒนาความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าให้ประสบความสำเร็จ

รายละเอียดการติดต่อของบริษัท:

หากมีข้อสงสัย โปรดติดต่อ:

Barry M. Golden
Egan Nelson LLP
214.893.9034
barry.golden@egannelson.com